เพราะกิเลสชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจของคน

599678456574

กิเลส แปลว่า สิ่งเกาะติด สิ่งเปรอะเปื้อน สิ่งสกปรก

กิเลส คือ สิ่งที่แฝงติดอยู่ในใจแล้วทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัว มีอุปมาเหมือนสีที่ใส่ลงไปในน้ำทำให้น้ำมีสีเหมือนสีที่ใส่ลงไป ใจก็เช่นกัน ปกติก็ใสสะอาด แต่กลายเป็นใจดำ ใจง่าย ใจร้ายก็เพราะมีกิเลสเข้าไปอิงอาศัยผสมปนเปอยู่

กิเลสที่ชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจคนมากที่สุด คือ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เพราะกิเลสชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจของคน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กิเลสาสวะ หรือ อาสวกิเลส แปลว่า กิเลสที่หมักดองอยู่ในจิต

ประเภทของกิเลส

อโนตตัปปะ ความไม่รู้สึกตื่นกลัวต่อการทุจริต
โทสะ ความโมโห โกรธ ความไม่พอใจ
โมหะ ความหลงใหล ความโง่

อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา
ทิฏฐิ ความเห็นผิดเป็นชอบ
วิจิกิจฉา ความเคลือบแคลงใจ สงสัย ไม่แน่ใจ ลังเลใจ ในสิ่งที่ควรเชื่อ

โลภะ ความพอใจ ชอบพอ เต็มใจ ในโลกียอารมณ์ต่าง ๆ
ถีนะ ความหดหู่ เงียบเหงา

อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการกระทำผิด ทุจริต
มานะ ความ ทะนงตน ถือตัว เย่อหยิ่ง

อุปกิเลส (อ่านว่า อุปะกิเหลด) แปลว่า ธรรมชาติที่เข้าไปทำให้ใจเศร้าหมอง เครื่องทำให้ใจเศร้าหมอง

หมายถึง สิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัวไม่แจ่มใส ทำให้ใจหม่นไหม้ ทำให้ใจเสื่อมทราม กล่าวโดยรวมก็คือสิ่งที่ทำให้ใจสกปรก ไม่สะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง

อุปกิเลส ท่านแสดงไว้ ๑๖ ประการคือ

ความเพ่งเล็งอยากได้ไม่เลือกที่
ความพยาบาท
ความโกรธ
ความผูกเจ็บใจ

ความลบหลู่บุญคุณ
ความตีเสมอ
ความริษยา
ความตระหนี่

ความเจ้าเล่ห์
ความโอ้อวด
ความหัวดื้อถือรั้น
ความแข่งดี

ความถือตัว
ความดูหมิ่น
ความมัวเมา
ความประมาทเลินเล่อ

อุปกิเลส ทั้ง ๑๖ ประการนี้ แม้ประการใดประการหนึ่งเมื่อเกิดขึ้นในใจแล้ว ก็จะทำให้ใจสกปรกไม่ผ่องใสทันที และจะส่งผลให้เจ้าของใจหมดความสุขกายสบายใจ เกิดความเร่าร้อน หรือเกิดความฮึกเหิมทะนงตัว เต้นไปตามจังหวะที่อุปกิเลสนั้นๆ บงการให้เป็นไป

แล้วจะหาความสุขสงบใจได้อย่างไร…